Home Food Salapao Tublee [Ranong]

Salapao Tublee [Ranong]

E-mail Print PDF

Location : Ban Tublee Ranong

Photograph by 4Cus

สวัสดีครับทุกๆท่านที่เข้ามาชมภาพถ่ายใน Photoxcite.com ครับ

วันนี้ผมนำเสนอหมู่บ้านที่มีซาลาเปาสูตรเด็ด โด่งดังไปทั่วทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งนั่นก็คือ "หมู่บ้านทับหลี" นั่นเองครับ

ซาลาเปาทับหลี ชื่อเสียงโด่งดังมากจนมีแฟรนไชส์มากมายไม่ต่ำกว่า 20 ร้านในกรุงเทพมหานคร แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักตัวตนของซาลาเปาทับหลีที่แท้จริง ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆชื่อว่า บ้านทับหลี ในตำบลมะมุ อำเภอกระบุรี ใกล้ๆกับแนวคอคอดกระ ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 เส้นที่ล่องใต้สายอันดามัน จังหวัดระนอง

ซาลาเปาทับหลี จะมีจุดเด่นก็คือมีขนาดเล็กกระทัดรัด ประมาณขนาดก็น่าจะใกล้เคียงกับผลส้มบางมดขนาดย่อมๆ 1 ใบ อะไรประมาณนั้น พระเอกชูโรงของซาลาเปาทับหลีเลยก็น่าจะเป็นไส้เค็ม(หมู สับ+ไข่นกกระท) ส่วนไส้เค็มแบบอื่นๆก็จะเป็นพระรองลงมานะครับ (ไส้หมูแดง ไส้หมูหยอง เป็นต้น) ส่วนนางเอกของที่นี่ก็น่าจะเป็นไส้หวาน(สังขยาไข่ สังขยาใบเตย) ส่วนไส้หวาน อื่นๆก็อร่อยใช่ย่อยนะครับ (ไส้เผือก ไส้ถั่วแดง ไส้ถั่ว ดำ!!)

ซาลาเปาทับหลี ผมได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาอยู่นานพอสมควรแล้วครับ ตั้งแต่ขึ้นมากรุงเทพเองตอน ม.2 แวะทานข้าวรถทัวร์ที่คุณสาหร่าย เห็นมีซุ้มขายซาลาเปาทับหลี ก็เลยลองซื้อมาชิม นับตั้งแต่นั้นผมก็คิดว่าซาลาเปาทับหลีต้นกำเนิดคงจะอยู่แถวถนนสาย เอเชีย(ทางหลวงหมายเลข 41) ที่เห็นตั้งขายกันเรียงรายริมถนน แต่หารู้ไม่ นั่นไม่ใช่ของแท้แต่ดั้งเดิม ดังนั้น ครั้งนี้ผมเลยลองไปทานซาลาเปาทับหลีที่บ้านเกิดซะเลย ข้อแนะนำสำหรับการทานซาลาเปาทับหลีนะครับ ไม่แนะนำให้ผู้่ที่จะทำการลดน้ำหนัก รักษาหุ่น ได้ลิ้มลองซาลาเปาทับหลีเป็นอันขาด หากว่าคุณใจไม่เด็ดขาดพอ เพราะว่าซาลาเปาทับหลีนั้นทานเพลินมากครับ แว๊บๆๆ เพลงผ่านไปสองเพลง พี่เล่นล่อไป 7 ใบแล้ว - -" เพราะฉะนั้น ซาลาเปาทับหลีจึงเป็นของอันตรายยิ่งยวดกับคนประเภทนี้อย่างยิ่งครับ 55555+

หากใครเดินทางจากกรุงเทพฯ ผ่านเส้นนี้ แวะมาได้นะครับ ซาลาเปาทับหลีรอท่านอยู่ แต่รถทัวร์บางคัน(ป.2) จะจอดแวะที่ทับหลีให้ผู้เดินทางแวะลงไปซื้อติดไม้ติดมือได้นะครับ

 

แผนที่การเดินทางมาที่บ้านทับหลีครับ

 


 

รายละเอียดที่เหลือผมจะอธิบายไว้บนรูปละกันนะครับ

ป.ล.1 หากผู้ใดสนใจจะทราบรายละเอียด คอมเม้นตั้งไว้เลยครับ จะกลับมาอธิบายและบอกกล่าวให้ครับ

เพื่อ ให้ได้อรรถรสในการชม กด F11 เพื่อเข้าโหมด Full Screen และกด F11 เพื่อออกจากโหมด Full Screen ครับ

 

ร้านฮั่นหยกหย่วน เป็นเจ้าแรกของที่นี่ครับ สืบต่อกิจการบรรพบุรุษรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 3 แล้วครับ ส่วนร้านอื่นๆโดยรอบ จะโฆษณาว่าเป็นเจ้าเก่าแทนนะครับ


บรรยากาศหน้าร้าน เจ้าของร้านกำลังคีบซาลาเปาพร้อมเสริฟ ตอนผมไป เหลือแึค่ 2 ไส้ หมูหยอง กับเผือก เจ็บใจเสียจริงๆ -*-

หากใครต้องการจะไปลิ้มลองรสชาติของซาลาเปาทับหลีเ้จ้าแรก ต้องรีบๆหน่อยนะครับ เพราะเขาจะทำแป้งแค่วันละ 3 กิโลกรัมเท่านั้น

ผมไปถึงทับหลีตอน 8 โมง หมดซะแล้ว พระเจ้า! ใครจะไปทันละนี่ 5555+ ขายดีเกิ๊น!

 

ร้านนี้หาไม่ยากครับ ขับรถมาเรื่อยๆ ตามถนนหมายเลข 4 ถ้ามาจากชุมพร ร้านจะอยู่ซ้ายมือครับ ใกล้ๆกับป้ายโอท็อป อยู่ก่อนถึงโรงเรียนครับ

แต่ถ้ามาจากภูเก็ต ร้านนี้ก็จะอยู่ขวามือนะครับ


ซาลาเปาทับหลี ขนาดกำลังพอดี ที่มีจีบนั่นก็คือไส้หมูหยองครับ ส่วนกลมๆเ้กลี้ยงๆ นั่นก็จะเป็นไส้เผือก ใบละ 6 บาท ทุกใบ


อีกซึ้งนึงก็จะมีขนมจีบครับ ลูกละ 2 บาท ตอนนี้หมูแพงมากๆ ผมคิดว่าราคานี้ไม่แพงนะครับ

สีเขียวกับสีเหลือง ผมไม่รู้ว่าแตกต่างกันยังไง แต่ทานแล้ว ก็เหมือนกันนะครับ 555+

 

บริเวณหน้าร้าน รอบๆข้างขายกันแต่ซาลาเปาทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียว

ผมเดินทางมันเกือบทุกร้านเลยครับ วันนั้นทานซาลาเปาไป 10 ลูกเห็นจะได้

ร้านที่อร่อยที่สุด ผมยกให้ร้านเจ๊ห้วน ข้างๆร้านฮั่นหยกหย่วนนั่นแหละครับ รสชาติเยี่ยมที่สุด แป้งที่นุ่มเหนียวกำลังพอดี ไส้เยอะ และหอมมากๆ ไส้หมูถึงเครื่องเทศดีมากครับ กลิ่นพริกไทยนำมาเลย ส่วนร้านอื่นๆ ก็จะมียกลี่อีกร้านที่พอสู้ไหวอยู่ครับ นอกนั้น เฉยๆ


นอกจากขายซาลาเปาแล้ว ร้านฮั่นหยกหย่วน ยังขายของชำอีกด้วยครับ หากมากันเป็นครอบครัวหรือหมู่คณะ ผมว่าร้านนี้เหมาะสุดครับ เพราะสามารถสั่งเครื่องดื่มได้ และมีโต๊ะให้พร้อมสรรพ แต่เจ้าของร้านไม่ค่อยยิ่มหรือพูดคุยเท่าใดนัก หรือจะเป็นเพราะเราพูดมากก็ไม่รู้นะครับ 5555+


ถ่ายไม่ทัน ลืมตัว ทานขนมจีบไปแล้วสองลูก กับกัดซาลาเปาไปหนึ่งคำ 55555+


เบลอนิดหน่อย เพราะมือสั่น หิว! อันนี้เป็นไส้หมูหยองครับ
การถ่ายภาพอาหารนี่ ผมไม่ค่อยจะมีสมาธิกับมันเท่าไหร่เลยครับ เพราะปกติเป็นคนชอบทานของร้อนๆ หรืออุ่นๆ ไม่อยากให้มันเย็นชืด ไม่อร่อย


อีกใบก็เป็นไส้เผือกครับ รสชาติเฉยๆครับ ไม่ถึงกับอร่อยล้ำ



ถัดมาที่ขนมจีบกันบ้าง มีกระเทียวเจียวเคียงมาให้ แต่ผักร้านนี้ไม่ได้เสริฟนะครับ จะแตกต่างกับที่ตรังและที่อื่นๆหน่อยนึง แต่ซอสมีทั้งซอสหวานและซอสเปรี้ยว สามารถเลือกได้ หากใครไม่ชอบกลิ่นฉุนของซอสเปรี้ยว ก็ทานซอสพริกหวานได้จ้า


ชาร้อนหนึ่งแก้ว หวานไปนิด แต่กลิ่นหอมดีครับ


ชาร้อน ของร้านนี้ผมจำราคาไม่ได้ ลืมจดไว้ มีแค่คอมเม้นว่าหวานไปนิด แค่นั้นเอง -*-


ผมเดินมาข้างๆ นี่คือร้านเจ๊ห้วน ครับ ร้านนี้ผมยกให้อร่อยที่สุดในย่านนี้เลย (ไม่นับฮั่นหยกหย่วนนะครับ เพราะยังไม่ได้ทานไส้เค็ม มันหมดซะก่อน) ทั้งไส้เค็มและไส้หวาน ร้านนี้อร่อยทุกไส้จริงๆครับ (ไส้หวาน อร่อยที่สุดในย่านนี้) มาตรฐานการวัดครั้งนี้ ผมวัดด้วยลิ้นของผมเองนะครับ 55555+


ขนมจีบน่าทานมาก แป้งเหนียวนุ่ม รสชาติดีกว่าฮั่นหยกหย่วน แต่อาจจะเป็นเพราะว่าร้อนกว่า เพราะที่ร้านฮั่นหยกหย่วน ตอนผมไป เค้าปิดแก๊สไปซะแล้ว เลยได้ทั้งซาลาเปาเกือบจะเย็น และขนมจีบที่อุณหภูมิเดียวกันครับ

ขนมจีบเจ๊ห้วน มีลักษณะเด่นเลยคือแป้งห่อนะครับ ไม่เชื่อลองไปลิ้มลองเองก็แล้วกัน อิอิ


มาชมซาลาเปากันบ้าง ยังอยู่ครบทุกไส้


แบะดูไส้กันซักหน่อย อัดกันมาชนิดที่ว่าไม่มีช่องว่างเหลือเลยทีเดียว เปิดมาปุ๊บ กลิ่นพริกไทยเข้ามาเตะป๊าบๆ ที่จมูกก่อนเลยครับ รสชาติของไส้ก็ถึงรส ถึงเครื่อง(เทศ) ที่สุดเมื่อเทียบกับร้านข้างๆโดยรอบ ไข่นกก็หั่นมาครึ่งฟอง แต่บ้างร้านอาจจะได้เพียงแค่เสี้ยวของไข่นกนะครับ


หน้าร้านมีป้ายบอกว่าได้รางวัลที่ 1 มาด้วย ผมไม่แปลกใจครับ เพราะว่าเท่าที่เห็นบริเวณนี้ มีร้านเจ๊ห้วนร้านเดียว ที่ติดป้ายบอกว่าได้รางวัล นอกนั้นก็จะมีติดป้ายว่าเป็นเจ้าเก่า เจ้าดั้งเดิม เจ้าเก่าแก่ อะไรทำนองนี้ครับ เก่าที่ว่านี่ผมไม่ทราบว่ากี่ปีนะครับ 555

รู้สึกว่าลูกสาวของร้านนี้จะเรียนอยู่ที่มอ.ด้วยนะครับ ถ้าผมจำไม่ผิืด คณะทรัพฯ หรือเปล่า รายงานตัวด้วยนะคร้าบบ


ยกลี่ รสชาติใช้ได้เช่นกัน เมื่อเทียบโดยภาพรวมแล้ว ร้านนี้จะโฆษณาว่ามีคนซื้อกันเยอะแยะ รถทัวร์จอดเยอะ และคณะจะมาจอดร้านนี้ อะไรทำนองนั้น

 

ร้านสุนันทา ผมเฉยๆครับ มีร้านสองร้าน อยู่ตรงข้ามกัน แต่รสชาติเฉยๆ ทั้งแป้งและไส้ครับ

 

ร้านสุนันทา อีกฟากนึงของถนน

 

ป้ายบอกชัดเจน ถึงความสำคัญของซาลาเปาทับหลี เป็นสินค้าโอท็อปที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนโดยแท้ครับ

 

จุดที่ขายซาลาเปาทับหลี สังเกตง่ายครับ มีสองฟากฝั่งถนนเลย



มาถึงบทสรุปแล้วนะครับ ซาลาเปาทับหลี เป็นซาลาเปาที่มีเอกลักษณ์ รสชาติอร่อย แป้งนุ่มเหนียว เหมาะมากสำหรับเป็นของฝากให้กับญาติๆไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก

ราคาก็ย่อมเยา ซาลาเปาใบละ 6 บาท ขนมจีบลูกละ 2 บาท ในวิกฤตราคาอาหารแพงเช่นนี้ (หมู กก.ละ 150-170 บาท) ซื้อเถอะครับ ถือว่าช่วยกันกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน

ทั้งนี้ผมขอเรียนเชิญทุกๆท่านให้ลองมาแวะเที่ยว แวะชิม แวะพักผ่อนกันที่จังหวัดระนองครับ ที่นี่อาหารรับรองรสชาติถูกปาก ที่พักก็สบายกระเป๋า อะไรมันจะดีไปเสียกว่าตังเหลือเยอะ จริงไหมครับ อิอิ

ขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่ติดตาม

4Cus

Last Updated ( Wednesday, 23 November 2011 17:26 )