Home Lomo-Article วงทนงค์ ชัยณรงค์สิงห์

วงทนงค์ ชัยณรงค์สิงห์

E-mail Print PDF

 

โตขึ้นหนูฝันอยากเป็นอะไร ? 


เสียงจากแม่พิมพ์ของชาติ ที่ส่งเสียงมาจากหน้าห้องเรียน . . . 

คำถามยอดฮิตข้างต้น ฮิตไม่แพ้เพลงช้างในวัยเด็กเลยแม้แต่น้อย สุดยอดคำถามที่ชวนปวดสมองคำถามนี้คงไม่มีใครท่านใดคัดค้านและโต้แย้งได้อย่างบริสุทธิ์ใจว่ามันคือคำถามสามัญประจำโรงเรียนลำดับต้นๆของการเดินเข้าสู่สนามของการแข่งขัน 


หนูอยากเป็นหมอ ! 

ผมอยากเป็นตำรวจ ! 

ผมอยากเป็นทหาร ! 


การปลูกฝังให้มนุษย์มีความฝันได้ถูกฉีดเข้าเส้นมาตั้งแต่ตัวผมจำความได้ ไม่มีพื้นที่แม้แต่น้อยสำหรับข้อยกเว้นในการดำเนินชีวิตอย่างไม่มีมีความฝัน จะมีมนุษย์สักกี่คนที่ดำรงอยู่และดำเนินไปอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ถ้าเป็นเช่นนั้นชีวิตคงไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรกลที่ไร้ซึ่งวิญญาณและความรู้สึก


จะมีหรือมนุษย์เช่นนี้ ? 

ไม่มีทาง ! 

ผมขอคัดค้านเสียงแข็ง 


จากการที่ได้ใช้ชีวิตมาครู่หนึ่งตั้งแต่ลืมตาดูโลก ดำเนินมาจนกระทั่ง ถึงรั้วแห่งการมีชีวิตในแบบวีถีแห่งปัญญาชน ทำให้สมองซีกซ้ายแถลงการณ์ออกมาว่า ตลอดของการมีชีวิตที่ผ่านมา ไม่มีช่องว่างให้จิตวิญญาณหลีกห่างออกจากความฝันแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันเดินอยู่ข้างๆชีวิตของผมตลอดเวลา 


นั่นมันตัวผม . . . 


ปัจจุบัน ความหมายของการมีชีวิตอยู่ อาจจะเป็นเพียงแค่การใช้ชีวิตเพื่อวันรุ่งขึ้น มีชีวิตเพียงแค่วันต่อวัน เช้า ตื่น เย็น กลับ ที่พักอับๆไม่ต่างอะไรจากรูหนู สุดท้าย นอน . . . เพื่อจะตื่นขึ้นมาดำเนินชีวิตต่อในวันรุ่งขึ้น 

ไม่มีเวลาหรือพื้นที่แม้แต่น้อยสำหรับความฝัน . . . 


แล้วความฝันมันหายไปไหน ! 


มันคงหายไปพร้อมกับสงครามทุนนิยมที่รุมล้อมอยู่รอบๆกาย ความสุขในการมีชีวิตถูกแทนที่ด้วยเงินตรา ความฝันถูกแทนที่ด้วยหน้าที่ๆมันควรจะเป็น และมันก็สามารถซื้อหาได้ด้วยเงินก้อนใหญ่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป 


ปัจจุบันความฝันซื้อด้วยเงินได้แล้วหรือ ? 


แล้วจะมีผู้เหลือรอดจากสงครามทุนนิยมซักกี่คนที่ได้ลิ้มรสชาติอันหอมหวานของความฝัน 


จากการได้รื้อค้นขุดหาตามซากปรักหักพังจากสงคราม บ้างล้มหายตายจากไปพร้อมกับความฝัน บ้างจากไปพร้อมกับพอร์ทโฟลิโอเล่มหนาเตอะที่ถืออยู่ในมือ บ้างจากไปพร้อมกับลอตเตอรี่ชุดใหญ่ที่กำเอาไว้แน่น 


มองไปตรงหน้า . . . สายตาได้สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของสิ่งของบางอย่าง มีชายรูปร่างสันทัดผู้หนึ่งกำลังกระเสือกกระสนกายออกมาจากซากปรักหักพังขนาดมหึมา สายตาของผมถูกสะกดให้มองชายนิรนามผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง (ใหญ่ๆ) จากการสังเกตการณ์อยู่ซักพักเหมือนมีอะไรสะกดให้ตัวผมเดินไปหาชายคนนั้นอย่างไม่รู้ตัว 



มีสิ่งหนึ่งทำให้ผมอึ้งอยู่พักใหญ่ . . . 



ชายผู้นั้นไม่มีร่อยรอยบาดแผลแม้แต่น้อย ไม่มีรอยฟกช้ำดำเขียว ไม่มีรอยแตกให้เปลืองเข็มหมอเล่น หรือแม้แต่รอยขูดขีดเพียงเล็กน้อยจากซากปรักหักพัง ในมือถือเพียงแค่กระดาษใบเล็กๆและเศษตังเพียงเล็กน้อย 



ให้ตายเถอะ ! ชายผู้นั้นไม่เป็นอะไรเลย 


มีข้อสงสัยบางอย่างในชายผู้นั้นเกิดขึ้นในใจ ทำไมเขาถึงไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย จากห่ากระสุนทางสงครามทุนนิยม หรือแม้แต่ร่อยรอยการขีดข่วนจากซากปรักหักพัง 


ไม่มีบทสนทนาระหว่างผมและเขา . . . 


ภายหลังจากที่เขาปัดอณูฝุ่นที่ติดอยู่เพียงเล็กน้อยบนปกเสื้อ เขาก็เริ่มเดินต่ออีกครั้ง . . . 


จิตใต้สำนึกได้สั่งการไปยังระบบประสาทและแสดงผลสั่งการให้กล้ามเนื้อกระบอกเสียงเปล่งเสียงออกมา 


คุณครับ ๆ (ผมตะโกนเรียกชายผู้นั้นตอนที่เขาเดินไปไม่ห่างจากตัวผมมากนัก) 


คุณชื่ออะไรครับ ! 


เขาหยุดเดินและหันมายิ้มอย่างเป็นมิตร 


ผมชื่อ วงทนงค์ ชัยณรงค์สิงห์ ครับ !



Last Updated ( Monday, 12 March 2012 17:07 )